วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รูปแบบการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้

1. หลังศึกษาเนื้อหาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ให้นิสิตทำกิจกรรมดังนี้
      1.1   จากแหล่งการเรียนรู้ 52 แห่ง ให้แบ่งประเภทของแหล่งการ เรียนรู้ เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ/อาคารสถานที่/บุคคล/วิธีการ 


              1. แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ   ได้แก่ สวนสัตว์,สวนสาธารณะ และสวนพฤกษศาสตร์ เป็นต้น
              2.
แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นบุคคล ได้แก่  ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น
              3.
แหล่งเรียนรู้ที่เป็นสถานที่สถาบัน  ได้แก่  ห้องสมุดต่างๆ ,อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,หอศิลป์ ,พิพิธภัณฑ์  เป็นต้น
              4.
แหล่งเรียนรู้ที่เป็นวิธีการ ได้แก่  ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ  เป็นต้น



     1.2 จากแหล่งการเรียนรู้ตัวอย่าง 52 แหล่ง ให้นิสิตประเมินแหล่งการเรียนรู้โดยเลือกมา 1 แหล่ง ในประเด็นดังนี้     อะไร คือ องค์ความรู้ของแหล่งการเรียนรู้นั้น ๆ  

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล
             เป็นส่วนที่จัดแสดงเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆที่อาศัยอยู่ในเขตน่านน้ำของไทย  โดยทรัพยากรที่ใช้ในการให้ความรู้คือสิ่งมีชีวิตในทะเลชนิดต่างๆทั้งพืชและสัตว์ที่ยังมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะถูกเลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดที่มีระบบยังชีพสำหรับให้สิ่งมีชีวิตต่างๆเหล่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในแต่ละตู้มีการจัดสภาพให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด แต่ละตู้จะมีป้ายเพื่อบ่งบอกชนิดสัตว์ทะเลที่อยู่ในตู้ทั้งชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์ โดยหัวข้อต่างๆที่ให้ความรู้สามารถแบ่งออกได้เป็น 7 หัวข้อใหญ่ ดังแสดงในแผนผังการจัดแสดงในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ได้แก่ 
       1.  สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง 
             2. ปลาในแนวปะการัง
             3. การอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต
                 4. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังน้ำเค็ม
                 5. ปลาเศรษฐกิจ จะแบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่ พวกที่นำมาเป็นอาหาร และพวกที่นำมาเพื่อเป็นความสวยงาม
                 6. ปลารูปร่างแปลกและปลามีพิษ 
       7. ปลาที่อาศัยในมหาสมุทร   

    1.3 นิสิตคิดว่าใคร คือ กลุ่มเป้าหมายหลัก / กลุ่มผู้เรียนหลัก ให้ระบุ
             กลุ่มเป้าหมายนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึงระดับชั้นการเรียนระดับต่าง ๆ

    1.4  วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับผู้เรียน/กลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ  เช่น วิธีการสาธิต, วิธีการลงมือปฏิบัติ เป็นต้น 
            สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจะมีกระบวนการเรียนรู้โดยมีการสาธิตการดำน้ำให้อาหารปลาที่ตู้ปลาตู้ใหญ่ที่มีความจุประมาณ 1,000 ตัน ในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ตื่นตาตื่นใจกับความน่ารักของปลาหมอทะเลในขณะที่ทานอาหารจากมือนักประดาน้ำ ที่ต้องป้อนอาหารให้ถึงปากปลาหมอทะเลที่มีน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม

   1.5 รูปแบบ / วิธีการ / เทคนิคการนำเสนอ เช่น รูปแบบนิทรรศการวีดิทัศน์ เป็นต้น
             สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลจะมีการแบ่งกระบวนการเรียนรู้ออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งในส่วนที่หนึ่งจะเป็นการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมง

 

              ในส่วนที่สองจะมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวของทะเล ระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล รวมทั้งความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ ดังมีรายละเอียดดังนี้
-นิทรรศการเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล  โดย   ให้ความรู้ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆที่อาศัยอยู่ในทะเลจนไปถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในทะเล
              -นิทรรศการเรื่องราวของทะเล และระบบนิเวศในทะเล ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการแบ่งเขตของทะเล และระบบนิเวศต่างๆในทะเล รวมทั้งพืช และสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในแต่ละระบบนิเวศ โดยเริ่มตั้งแต่ ระบบนิเวศของป่าชายเลน ระบบนิเวศหาดหิน ระบบนิเวศหาดทราย และหาดโคลน ระบบนิเวศแนวปะการัง เป็นต้น
              -นิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์  เป็นส่วนที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทะเลที่มีต่อมนุษย์ เช่น เป็นแหล่งทำการประมงโดยใช้เครื่องมือประมงทะเล เช่น โป๊ะ และเรือประมงทะเลชนิดต่างๆ เป็นเส้นทางค้าขาย และเดินทางติดต่อกันของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
              -ห้องพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย และวิวัฒนาการของหอย ในห้องนี้จะจัดแสดงเกี่ยวกับเปลือกหอยที่พบในทะเลกลุ่มต่างๆ ได้แก่ ลิ่นทะเล หอยฝาเดียว หอยฝาคู่ หอยงวงช้าง และหอยงาช้าง เป็นต้น รวมทั้งนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับหอยแต่ละกลุ่ม วิวัฒนาการของหอยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และการแบ่งกลุ่มของหอยที่มีอยู่ในโลก




    1.6 มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลุ่มผู้เรียนอย่างไร  เช่น กลุ่มเป้าหมายคือ เด็กเยาวชนที่กำลังชอบลองผิดลองถูก ได้สัมผัสของจริงจนเกิดการเรียนรู้
               กลุ่มเป้าเหมาย คือ นักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึงระดับชั้นการเรียนระดับต่าง ๆ ซึ่งในสถาบันวิทยาสาสตร์ทางทะเลนั้นจะมีกระบวนการเรียนรู้ที่มีทั้งการจัดแสดงนิทรรศการในส่วนที่จำลองของจริง และการจัดแสดงเพื่อให้ความรู้กับกลุ่มผู้เรียน และยังมีส่วนของการเรียนรู้ในหมวดของการสาธิต ซึ่งในการสาธิตนี้จะเป็นการให้อาหารปลาในตู้ปลาเพื่อให้กลุ่มผู้เรียนหรือผู้ที่สนใจได้ชม

    1.7สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษา ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย ได้หรือไม่อย่างไร  เช่น เชื่อมโยงกับการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการเปิดให้เยี่ยมชมได้ต่อเนื่อง ตั้งแต่เด็กถึงวัยชรา 
              สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลนี้สามารถเชื่อมโยงการศึกษาในระบบนอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยได้ เนื่องจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลเป็นการจัดแสดงความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสัตว์น้ำเค็ม แต่ในการเปิดให้เข้าชมสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลนั้นจะมีการเปิด-ปิดเป็นเวลา และในการเข้าชมนั้นก็จะต้องมีอัตราค่าบริการในการเข้าชมแล้วแต่วัยของผู้เข้าชม และในการเข้าชมนั้นก็สามารถที่จะเข้าชมได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุได้

2. หลังจากศึกษาเนื้อหาแหล่งการเรียนรู้ประเภทบุคคลให้นิสิต Download Clip VDO เกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล คนละ 2 ClipVDO พร้อมนำเสนอบน Weblog พร้อมอธิบาย องค์ความรู้ที่ได้/รางวัลที่ได้รับ/จุดเด่น


                           1.ประวัติ โชค บุลกุล (กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย)

                คุณโชค บุลกุล เป็นแหล่งการเรียนรู้บุคคลอีกหนึ่งคนที่มีองค์ความรู้และมีกลยุทธ์ในการที่จะเป็นกรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัยที่มีความเป็นผู้นำที่ใช้คุณสมบัติพิเศษเฉพาะคนสร้างการเปลี่ยนแปลง มีความที่พร้อมจะยอมรับการตัดสินใจของคนหมู่มาก เป็นผู้นำที่ลูกน้องรัก เคารพ และเชื่อ ,uเชื่อมั่นในความผูกพันระหว่างผู้นำและทีมพร้อมที่จะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ภูมิใจในความสำเร็จ และภูมิใจในความเป็นเจ้าของ  รู้จักการมองต่างมุม มีการเรียนรู้และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และมีจิตสำนึกของความเป็นครู และแนวทางในการเรียนรู้ทางตลาดโดยจะมีการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม  มีการสร้างสรรค์การทำงานร่วมกัน  เป็นผู้สร้างตลาดและมูลค่าการตลาด  และให้ความรู้กับตลาด โดยใช้แนวคิดลิมิเต็ดอิดิชั่น  และใช้จุดแข็งเป็นตัวขับเคลื่อน  ซึ่งได้เรียนรู้จากประสบการณ์  มีเป้าหมายและภาพที่ชัดเจน  และมีซีอีโอเป็นทูตของแบรนด์    
 การศึกษา: 
                     ปริญญาตรี 3 ใบ จาก Vermont Technical College, U.S.A. ในสาขาสัตวศาสตร์สาขาการจัดการฝูงโคนม   และสาขาธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนWorcester Academy, Massachusetts, U.S.A.
                     มัธยมศึกษาปีที่ 1-5 จากโรงเรียน St. Joseph’s College, Sydney, Australia
                     ประถมศึกษาปีที่ 1-6 จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
ผลงานดีเด่น
                     2545 - ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย (Chokechai Ranch Group)
                     2539 - 2544 กรรมการผู้อำนวยการ
                     2537 - 2539 รองกรรมการผู้อำนวยการ
                     2535 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจการเกษตร ฟาร์มโชคชัย


                               2.นายจันทร์ที   ประทุมภา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2554     
            สาขา ปราชญ์เกษตร  เศรษฐกิจพอเพียงอาชีพ  เกษตรกรรม  อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา

                นายจันทร์ที ได้เริ่มดำเนินการเกษตรทฤษฎีใหม่โดยการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ปี 2540 - 2541 โดยทราบจากสำนักงาน กปร. และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จึงได้ศึกษาว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างไร ก็ได้รับทราบว่า ต้องพยายามลดรายจ่ายในครอบครัวให้มากที่สุด เมื่อศึกษาแล้วจึงทราบว่าจริงๆ แล้วค่าใช้จ่ายประจำวัน คือ อาหารที่ต้องกินต้องใช้ แล้วมาคิดต่ออีกว่าอาหารที่ต้องซื้อเขากินมีอะไรบ้าง จึงมาเริ่มคุยกันในครอบครัวว่าเราต้องปลูกทุกสิ่งทุกอย่างที่เราซื้อกินทุกวัน ดังนั้นทุกอย่างที่เคยซื้อจะต้องปลูกเองทั้งหมด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากที่วันหนึ่งเคยซื้อ 20 - 30 บาท ก็ไม่ต้องซื้อ และยังมีเงินไว้เก็บออมอีกด้วย

การศึกษา : จบการศึกษาชั้นประถมปีที่  4 และนักธรรมโท
ผลงานดีเด่น
                     -เป็นบุคคลที่นำความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้กับตนเองจนประสบความสำเร็จแล้ว และยังสามารถถ่ายทอดความรู้ และขยายผลให้แก่ชาวบ้านจนประสบความสำเร็จด้วย 
                     -แปลงเกษตรแบบประณีตในพื้นที่ 1 ไร่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น